วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551

Chat

Le chat domestique ou chat d'appartement est un mammifère carnivore de la famille des félidés. Le mot chat vient du bas-latin cattus (chat sauvage). D'après le Littré dans son édition de 1878, cattus proviendrait du verbe cattare, qui signifie guetter, ce félin étant alors considéré comme un chasseur qui guette sa proie.



L’ouïe

Son ouïe est particulièrement sensible dans les hautes fréquences : il perçoit des ultrasons jusqu’à 30 000 Hz alors que l’oreille humaine est limitée à 20 000 Hz. Son pavillon en cornet peut être orienté grâce à vingt-sept muscles, ce qui lui permet de pivoter chaque oreille indépendamment pour localiser avec précision la source d’un bruit et sa distance.

La surdité des chats blancs fait aujourd’hui débat. Cette surdité serait liée à la couleur blanche (gène "W"). Schématiquement, on peut dire que tous les chats blancs sont génétiquement sourds en général. Cette anomalie, bien que présente au niveau génétique, ne s’exprime pas systématiquement chez tous les chats. Ainsi, soit la tare reste cachée et l’oreille se développe normalement, soit la tare se manifeste et dans ce cas la dégénérescence est complète : le chat est totalement sourd de l’oreille atteinte. Sachant qu’un chat a deux oreilles et que l’anomalie n’affecte pas toujours les deux oreilles de la même manière, trois cas se présentent : la surdité est bilatérale, unilatérale ou absent.

Il est en effet démontré que l’allèle W, à l’origine de la couleur « blanc dominant », est directement responsable d’une dégénérescence de l’oreille interne, occasionnant la surdité. Le chaton naît normal mais vers l’âge d’une semaine, son oreille interne, au lieu de continuer à se développer subit des altérations progressives. La dégénérescence est généralement complète à trois semaines.



Pelage
Le pelage du chat est composé de poils longs (jarre) et portant les marques de la robe (taches par exemple). En dessous se trouvent les poils plus courts (bourre), puis le duvet. Cette organisation permet une bonne isolation du corps[2].

Le poil du chat est souvent de plusieures teintes. Noir, blanc, noir, blanc… La longueur d’une des teintes est plus ou moins longue selon la race. Le Bombay est un des seuls chats à avoir le poil tout noir. Son poil est uni, sans taches ni raillures.

Les types de pelages sont nombreux, car très variables en fonction des races. Il existe des poils longs, courts, frisés, et même crépus. Le sphynx, parfois appelé chat-nu, est une race presque dépourvue de poils : un très léger duvet recouvre le corps, ainsi que la queue[2].

De même, la couleur de la fourrure du chat peut prendre de nombreuses teintes et marques. Certains individus présentent de larges taches, d’autres des rayures ou des mouchetures, d’autres encore un pelage uni[2].

Dans certains pays, la fourrure du chat fait l’objet, comme celle du chien, d’une demande importante dans les industries de la mode. De nombreuses associations de protection des animaux condamnent cet usage des chats[2].

วันพฤหัสบดีที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2551

Chinese New Year


Chinese New Year

Chinese New Year or Spring Festival (simplified Chinese: 春节; traditional Chinese: 春節; pinyin: Chūnjié), or the Lunar New Year (simplified Chinese: 农历新年; traditional Chinese: 農曆新年; pinyin: Nónglì xīnnián), is the most important of the traditional Chinese holidays. It is an important holiday in East Asia. The festival traditionally begins on the first day of the first lunar month (Chinese: 正月; pinyin: zhēng yuè) in the Chinese calendar and ends on the 15th; this day is called lantern Festival (simplified Chinese: 元宵节; traditional Chinese: 元宵節;pinyin: yuánxiāojié).
Chinese New Year's Eve is known as Chúxī (除夕). Chu literally means "change" and xi means "Eve".
Celebrated in areas with large populations of
ethnic Chinese, Chinese New Year is considered a major holiday for the Chinese and has had a strong influence on the new year celebrations of its geographic neighbours, as well as cultures with whom the Chinese have had extensive interaction. These include Korene, Mongolians, nepalese, Bhutanese,Vietnamese, and formerly the Japanese before 1873. In Singapore, Indonesia, Maleysia, the philippine, thailand, and other countries with significant Chinese populations, Chinese New Year is also celebrated, largely by Oversaes Chinese, but it is not part of the traditional culture of these countries. In Canada, although Chinese New Year is not an official holiday, many ethnic Chinese hold large celebrations and Canada Post issues New Year's themed stamps in domestic and international rates.

วันตรุษจีน
คืนก่อนวันตรุษจีน ตามภาษาจีนกลาง หมายถึงการผลัดเปลี่ยนยามค่ำคืน
ตรุษจีน มีการเฉลิมฉลองทั่วโลกโดยเฉพาะชุมชนขนาดใหญ่ของคนเชื้อสายจีน ตรุษจีนถือเป็นวันหยุดที่สำคัญมากช่วงหนึ่งของชาวจีน และยังแผ่อิทธิพลไปถึงการฉลองปีใหม่ของชนชาติที่อยู่รายรอบ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี เมี่ยน ม้ง มองโกเลีย เวียดนาม ทิเบต เนปาลและภุฐาน สำหรับชาวจีนที่อาศัยอยู่ต่างถิ่นกันก็จะมีประเพณีเฉลิมฉลองต่างกันไป ในประเทศไทย

อาหารมงคลไหว้ตรุษจีน


อาหารมงคลในการไหว้ตรุษจีน

ชุดผลไม้ที่มีความหมายมงคล เช่น
1. ส้ม คนจีนแต้จิ๋วเรียกแบบชาวบ้านว่า กา แต่ส้มมีอีกคำเรียกว่า ไต้กิก ไต้ แปลว่า ใหญ่ กิก แปลว่า มงคล ไต้กิก จึงแปลว่า มหาสิริมงคล แต่ถ้าแปลง่ายๆ แบบชาวบ้านก็คือโชคดี
2. กล้วย จีนแต้จิ๋วออกเสียงว่า เก็ง-เจีย จะเล่นเสียงว่า เก็ง-เจีย-เก็ง-ไล้ แปลว่า ถึงโชคเข้ามา กับอีกความหมายว่า กล้วย มีผลมากมายแถมเป็นเครือ จึงมีมงคลให้ลูกหลานมากๆ มีวงศ์วานว่านเครือสืบสกุล
3. องุ่น จีนแต้จิ๋วเรียกว่า พู่-ท้อ พู่ ก็คือ งอก หรืองอกงาม ท้อ ก็คือ พ้องเสียงกับลูกท้อที่เป็นผลไม้มงคล อายุยืน
4. สับปะรด คนจีนแต้จิ๋วเรียก อั้งไล้ แปลว่า เรียกสีแดงมา สีแดงเป็นสีของโชค ก็ประมาณว่าเรียกโชคเข้ามา คนจีนทางใต้นิยมไหว้สับปะรดมาก

ชุดของไหวั้ที่เป็นอาหารคาว

ชุดของไหว้ที่เป็นของคาว 5 อย่าง ได้แก่ หมู ไก่ ตับ ปลา และกุ้งมังกร (ต่อมากุ้งมังกรหายาก จึงเปลี่ยนเป็นเป็ดสำหรับคนจีนแต้จิ๋ว และเปลี่ยนเป็นปลาหมึกแห้ง สำหรับคนจีนแคะ)หมู มีความหมายถึงความมั่งคั่ง ด้วยความอ้วนของตัวหมู สะท้อนถึงความกินดีอยู่ดีไก่ มีมงคล 2 อย่างคือ
1. หงอนไก่สื่อถึงหมวกขุนนาง ความหมายมงคลจึงเป็นความก้าวหน้าในงาน
2. ไก่ขันตรงเวลาทุกเช้า สะท้อนถึงการรู้งานตับ คำจีนเรียกว่า กัว พ้องเสียงกับคำว่า กัว ที่แปลว่าขุนนางปลา คนจีนแต้จิ๋วเรียกว่า ฮื้อ โดยมีวลีมงคล อู่-ฮื้อ-อู่-ชื้ง แปลว่า ให้เหลือกินเหลือใช้ ไหว้ปลาเพื่อให้มีเงินเหลือกินเหลือใช้มาก ๆกุ้งมังกร ไหว้ด้วยรูปลักษณ์ของกุ้งที่หัวใหญ่ มีก้ามให้ความรู้สึกถึงอำนาจวาสนา

วันอาทิตย์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2551

FETE DE LA FRANCOPHONIE 2008


ก้อเป็นอีกงานที่จัดเกี่ยวกับฝรั่งเศสนะคะ...ไปเป็นครั้งที่2แล้วก็ยังให้ความรู้สึกว่า...โอ้โห..เพราะคนที่มาร่วม

งานเยอะมาก(อย่างที่เห็นเลยล่ะค่ะ)ส่วนใหญ่จะเป็นเด็กนักเรียนที่มาจากโรงเรียนต่างๆ อาทิ เตรียมอุดม

ศึกษา จิตรลดา เซนต์โยแซฟ รวมทั้งโรงเรียนราชินีบูรณะของเรา(น่าจะมีคนไปเยอะที่สุดนะคะ)...ปีนี้พวก

กิจกรรมต่างๆก็มี ร้องเพลงคาราโอเกะฝรั่งเศส แสดงละคร (สนุกมากๆ) ร้องเพลงประสานเสียง(เด็กตัวเล็กๆ

ร้องน่ารักมากค่ะ)แล้วก็มีตอบคำถามชิงรางวัลเกี่ยวกับฝรั่งเศสมากมากมายเลย และที่สำคัญคือ

เปตองนั่นเองค่ะ เพราะโรงเรียนของเราส่งเพื่อนๆเข้าร่วมแข่งขันด้วย และได้ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ(น่า

ปลื้มมาก)แต่ผลการแข่งขันเป็นยังไงบ้างยังไม่ทราบเลย ส่วนเกมส์คำศัพท์ภาษาฝรั่งเศสนั่น โรงเรียนเราก็

ส่งเพื่อนๆเข้าแข่งขันเหมือนกัน แต่น่าเสียดายค่ะที่เราตกรอบเลยล่ะเพราะเรายังไม่รู้แนวทางการแข่งขันนั่นเ

อง(เพื่อนที่ร่วมแข่งขันบอกอย่างนั้น)ตอนที่อธิบายกฎการแข่งขันเขาพูดเป็นภาษาฝรั่งเศสหมดเลย เพื่อนๆเ

ลยไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่นัก555+แต่ไม่เป็นไรสู้ใหม่นะจ้า(เป็นประสบการณ์ไง)ก็ได้ให้ความรู้มากมายเลย

สำหรับงานนี้... เป็นการเปิดตาเพื่อมองหาสิ่งดีในชีวิตอีกครั้งหนึ่งค่ะ


วันอังคารที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2551

ภาษาฝรั่งเศสน่ารู้(mot intéressant)

• Cedex (เซแด๊กซ์)คุณจะได้พบเห็นคำ Cedex นี้ปรากฎตามที่อยู่ของเมืองต่างๆ หรือจ่าหน้าซองตามระบบไปรณีย์ของฝรั่งเศส เช่นMNEF, 22, bd Saint-Michel, 75270 Paris Cedex 06, Franceหรือ Parc Valrose, 06034 Nice Cedex, France คำ Cedex ดังกล่าวมิใช่รหัสไปรษณีย์ แต่ทว่าเป็นคำย่อของ Courrier d' Entreprise à Distribution Exceptionnelle ซึ่งหมายถึงไปรษณีย์ภัณฑ์ของหน่วยงาน หรือบริษัทที่มีการนำจ่ายเป็นกรณีพิเศษ

จาก "ศัพท์ทันโลก" Word Watch โดย ด.ร. รอน คำอินไชย

• Chauffeur (โชเฟอร์) ความต้องการของมหาเศรษฐีชาวฝรั่งเศสที่ได้ขับขี่รถยนต์คันแรกซึ่งขับเคลื่อนด้วยพลังไอนํ้าในตอนนั้นก็คือใครสักคนที่คอยเติมเชื้อเพลิงใต้หม้อไอนํ้าและคอยควบคุมไฟในเตาให้ติดดีนี่เองที่เป็นที่มาของคำว่า chauffeurซึ่งหมายถึงผู้ที่คอยทำให้เกิดความร้อน สมัยต่อมาเมื่อมีการประดิษฐ์เครื่องยนต์ที่มีการสันดาปเชื้อเพลิงเหลวภายในเครื่องและสามารถทำงานได้ดีกว่าหม้อไอนํ้า หน้าที่ใหม่ของ chauffeur จึงกลายเป็นการควบคุมหรือขับขี่รถยนต์ ที่เรียกว่า "สารถี" รวมทั้งต้องคอยเติมเชื้อเพลิงให้เพียงพอด้วย ...** chauffer ** เป็นคำกริยา แปลว่า "ทำให้อบอุ่น หรือ ทำให้ร้อน" ...** se chauffer ** แปลว่า "อุ่นร่างกาย" ...** chauffage ** แปลว่า "การทำให้อบอุ่น หรือ เรื่องทำความอบอุ่นในบ้านหรืออาคาร" ...ส่วน ** chauffard** หมายถึง "คนขับรถแบบคนบ้าหรือไร้มารยาท"

จาก ... "ตำนานคำศัพท์" โดย นิจิต จิตบุณย์


• Au pair (โอแปร์)(jeune fille au pair) หมายถึงนักศึกษาู้หญิงที่ไปพักอาศัยกับครอบครัวหนึ่งครอบครัวใดในต่างประเทศเพื่อศึกษา หรือ เรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมในประเทศนั้นโดยมีที่พักและอาหารแลกเปลี่ยนกับการช่วยทำงานให้โดยไม่มีค่าจ้างแต่อาจได้รับเงินติดกระเป๋าเล็กๆน้อยๆได้ "Cette jeune fille travaille au pair."

จาก "ศัพท์ทันโลก" Word Watch โดย ด.ร. รอน คำอินไชย


• Tennisเป็นคำภาษาอังกฤษที่มีที่มาจากภาษาฝรั่งเศส"tenez" (ออกเสียง "เตเนซ" ตามสำเนียงอังกฤษ แปลว่า จับ ยึด หรือ รับให้อยู่) สะกดตามการออกเสียงภาษาอังกฤษ เป็น "tennis"แล้วฝรั่งเศสก็รับกลับมาใช้ตามการสะกด และความหมายแบบอังกฤษ คือ 1. กีฬาเทนนิส "Elle aime jouer au tennis." [หล่อนชอบเล่นเทนนิส]2. รองเท้ากีฬา (ผ้าใบ พื้นยาง)"On met des tennis pour faire du sport."[เราสวมรองเท้าผ้าใบเพื่อเล่นกีฬา]


• Copain (n.m. , adj.) (โก-แปง) - Copine (n.f.) (โก-ปิน) = เพื่อนมาจากภาษาลาติน "cumpainz" (qui mange son pain avec =คนที่เราแบ่งขนมปังด้วย แผลงเป็น "compain" และ "copain" (com = co = "avec") + painpetit copain = petit ami (= แฟน) "Elle vient avec son petit copain" (เธอมากับแฟนของเธอ)


ขอขอบคุณ: www.rn.ac.th/kk เรื่องภาษาฝรั่งเศสน่ารู้ค่ะ

วันอาทิตย์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2551

Galyani Vadhana

Galyani Vadhana (née le 6 mai 1923 à Londres, Royaume-Uni et morte le 2 janvier 2008 à Bangkok, Thaïlande), est une princesse du royaume de Thaïlande, sœur aînée du roi Rama IX. Son nom officiel est Somdej Phra Chao Pheenang Ther Chao Fa Galyani Vadhana Kromma Luang Narathiwat Rajanagarindra (traduisible par Son altesse royale princesse Galyani Vadhana, princesse de Narathiwat).

Elle est la fille unique du prince Mahidol Adulyadej of Songkla, fils du roi Chulalongkorn (Rama V) et de la reine Savang Vadhana, et de Sangwal Talabhat (plus tard connue comme princesse Srinagarindra, la princesse mère). Elle est premièrememnt prénommée "May" sur son acte de naissance avant d'être baptisée sous le nom de Mom Chao Galyani Vadhana Mahidol par le roi Vajiravudh (Rama VI). Son nom "Vadhana" vient d'un de ceux de sa grand-mère paternelle, Savang Vadhana. En 1927, elle est en conséquence promue au rang royal, comme princesse de Thaïlande (Phra Vorawongse Ther Phra Ong Chao) par le roi Prajadhipok (Rama VII).

Pendant la Seconde guerre mondiale, elle épouse le Colonel Aram Rattanakul Serireongrit, alors militaire thaï rattaché à la Suisse. De cette union naît une fille Thanpuying Dhasanawalaya Sornsongkram. Ils divorcent et la princesse se remarie avec le prince Varananda Dhavaj, décédé en 1990.

Avec le soutien de la princesse royale, des projets sont mis sur pied pour les arts thaï, l'éducation, le sport, le revenu minimum. Elle est présidente ou présidente honoraire de nombreuses organisations et fondations, parmi lesquelles Cardiac Children’s Foundation, Princess Mother’s Charity Fund, Autistic Foundation of Thailand. Elle crée sa propre fondation de financement d'études de musiciens prometteurs.

Elle est le patron d'un grand nombre de fondations de la musique classique. Durant son enfance, elle est restée en Suisse. Donc, elle peut parler couramment le français et l'allemand. Elle a créé l'Académie royale de la langue Française en Thaïlande. Elle a enseigné une fois les étudiants de l'université en Français et en Français des poèmes. Elle a également traduit des livres de Français en thaï. Elle a introduit la culture Française en Thaïlande. Elle a fait de nombreux voyages hors de la Thaïlande, représentant la famille royale thaïlandaise et de son pays.

La princesse est admise au Siriraj Hospital en juin 2007 pour des douleurs abdominales. Les médecins diagnostiquent un cancer. En octobre 2007, la princesse est victime d'un infarctus à l'hémisphère cérébral gauche causé par l'occlusion d'une artère cérébrale. Le 13 du même mois, le roi Rama IX est hospitalisé lui aussi pour un caillot de sang au cerveau, qui après sa sortie le 7 novembre rend visite à sa sœur quasi quotidiennement. Le 14 décembre, un bulletin de santé fait part de son état de grande fatigue.

Elle décède dans cet hôpital le 2 janvier 2008, âgée de 84 ans. Il est déclaré un deuil national de 100 jours.

Récupérée de « http://fr.wikipedia.org/wiki/Galyani_Vadhana »

เพลงUmbrella -Rihana





MV เพลง Umbrella - Rihana






Jay-Z]Ahuh Ahuh (Yea Rihanna)Ahuh Ahuh (Good girl gone bad)Ahuh Ahuh (Take three... Action)Ahuh Ahuh

No clouds in my storms Let it rain, I hydroplane in the bank Coming down with the Dow JonesWhen the clouds come we gone, we Rocafella We fly higher than weather And G5's are better, You know me,an anticipation, for precipitation. Stacked chips for the rainy day Jay, Rain Man is back with little Ms. Sunshine Rihanna where you at?

[Rihanna]You have my heart And we'll never be worlds apart May be in magazines But you'll still be my star Baby cause in the dark You can't see shiny cars And that's when you need me there With you I'll always share Because


[Chorus] When the sun shines, we'll shine together Told you I'll be here forever Said I'll always be a friend Took an oath I'ma stick it out till the end Now that it's raining more than ever Know that we'll still have each other You can stand under my umbrella You can stand under my umbrella(Ella ella eh eh eh) Under my umbrella(Ella ella eh eh eh) Under my umbrella(Ella ella eh eh eh) Under my umbrella(Ella ella eh eh eh eh eh eh)

These fancy things, will never come in between You're part of my entity, here for Infinity When the war has took it's part When the world has dealt it's cards If the hand is hard, together we'll mend your heart Because

Chorus] When the sun shines, we'll shine togetherTold you I'll be here forever Said I'll always be a friend Took an oath I'ma stick it out till the end Now that it's raining more than ever Know that we'll still have each other You can stand under my umbrella You can stand under my umbrella(Ella ella eh eh eh)Under my umbrella(Ella ella eh eh eh) Under my umbrella(Ella ella eh eh eh) Under my umbrella(Ella ella eh eh eh eh eh eh)

You can run into my arms It's okay don't be alarmed Come into me There's no distance in between our love So go on and let the rain pour I'll be all you need and more Because

[Chorus]When the sun shines, we'll shine togetherTold you I'll be here foreverSaid I'll always be a friendTook an oath I'ma stick it out till the end Now that it's raining more than ever Know that we'll still have each other You can stand under my umbrella You can stand under my umbrella(Ella ella eh eh eh) Under my umbrella(Ella ella eh eh eh) Under my umbrella(Ella ella eh eh eh)Under my umbrella(Ella ella eh eh eh eh eh eh)

It's rainingOoh baby it's raining Baby come into me Come into meIt's raining Oh baby it's raining

ศัพท์ “ฝรั่งเศส” มาจากไหน?

ในขณะที่ “เปิดเลนส์ส่องโลก” แพร่ภาพตอนสวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี และออสเตรีย ก็มีผู้อ่านท่านที่เคารพเมื่อพบปะนิติภูมิก็สนทนากันแต่เรื่องของยุโรป ผู้อ่านท่านหนึ่งสงสัยว่า “ฝรั่งเศส” หรือ “France” คำนี้รากดั้งเดิมมาจากศัพท์คำใด?

ขอตอบว่า France ฟรานซ์ มาจาก Frank แฟรงค์ ซึ่งพวกนี้เป็นบรรพบุรุษกลุ่มหนึ่งของคนฝรั่งเศสในปัจจุบัน คนฝรั่งเศสมี 58 ล้านคน ส่วนใหญ่สืบเชื้อสายมาจากพวกเคลต์ และละติน อีกพวกหนึ่งก็แฟรงค์นี่แหละ

ขออนุญาตพาท่านผู้อ่านย้อนหลังไปในยุโรปสมัยก่อน ย้อนไปจนถึงในสมัยจักรวรรดิโรมัน ตอนนั้นฝรั่งเศสเป็นเพียงมณฑลหนึ่งของจักรวรรดิ ภายหลังก็โดน พวกแฟรงค์ ซึ่งเป็นคนป่าบุกเข้าไปยึดครอง


ฝรั่งเศสเป็นประเทศที่มีขนาดเท่ากับไทย ตั้งอยู่ทางตะวันตกของทวีปยุโรป ตอนเหนือติดลักเซมเบิร์กกับเบลเยียม ทางตะวันตกติดมหาสมุทรแอตแลนติก ทิศใต้ติดสเปนและทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทิศตะวันออกติดอิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ และก็เยอรมนี


ผู้อ่านหลายท่านคงนึกไม่ถึงนะครับ ว่าพื้นที่ในฝรั่งเศสเพียงครึ่งหนึ่งเป็นที่ราบทางตะวันออก มีเทือกเขาแอลป์เป็นพรมแดนธรรมชาติ แอลป์ในฝรั่งเศสนี่ละครับ เป็นที่ตั้งของยอดเขาที่สูงที่สุดในยุโรปตะวันตก คือเทือกเขามงบลอง ที่สูงถึง 4,730 เมตร


หลายท่านมักจะดูถูกประเทศเอเชียและแอฟริกา ว่าประเทศเล็กนิดเดียว แต่ดันมีภาษาพูดตั้ง 4–5 ภาษา ชาติเหล่านี้จะมีเอกภาพได้ยังไง? อยากจะเรียนว่า ไม่ใช่เฉพาะประเทศทางเอเชียกับแอฟริกาดอกหรอกครับ ประเทศฝรั่งเศสที่เคยเป็นมหาอำนาจชาติใหญ่ ที่เคยบังคับผู้คนในหลายทวีปพูดภาษาฝรั่งเศสนี่แหละ ก็เที่ยวไปบังคับชาติอื่นให้เลิกภาษาท้องถิ่น ทั้งๆที่ในชาติของตัวเองก็ยังมีพลเมืองพูดภาษาถิ่น อย่างในแคว้นบริตตานี คนฝรั่งเศสที่นั่นพูดภาษาเบรอตอง ท่านลองตระเวนไปทางตะวันตกเฉียงใต้ซีครับ ตรงนั้นจะมีเทือกเขาพิเรนีสที่เป็นพรมแดนธรรมชาติกั้นระหว่างสเปนกับฝรั่งเศส คนฝรั่งเศสตามเทือกเขาพิเรนีสพูดภาษาบาสก์กับภาษากาตาลัน

ในแคว้นโปรวองซ์ ผู้คนท้องถิ่นก็พูดภาษาโปรวองซัล คนในแคว้นเฟลนเดอร์ส พูดภาษาเฟลมิช และในแคว้นอัลซาซลอแรน พลเมืองฝรั่งเศสแท้ๆ แฮ่ๆ แต่กลับพูดภาษาเยอรมัน


เรื่องต้นกำเนิดของคนยุโรป ก็มีผู้คนสนใจกันเยอะ ว่าเอ๊ะ แท้จริงแล้วพวกอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน ฯลฯ บรรพบุรุษของคนพวกนี้มาจากไหนกันแน่ วันนี้มาว่ากันเฉพาะฝรั่งเศสก่อนก็แล้วกันครับ อยากจะเรียนว่า ร่องรอยทางโบราณคดีในดินแดนฝรั่งเศสเนี่ย มีร่องรอยย้อนหลังไปได้ไกลถึงแสนปีทีเดียว มีภาพเขียนตามถ้ำจำนวนมากที่พิสูจน์ได้ว่า เขียนในยุคหิน

ถามว่าใครคือบรรพบุรุษแท้จริงของคนฝรั่งเศส ก็ต้องบอกว่า มนุษย์พันธุ์หนึ่ง ซึ่งชอบรบและเลี้ยงแกะอยู่แถวเทือกเขาแอลไพน์ พวกนี้นี่แหละครับ ภายหลังอพยพจากแอลไพน์เข้ามาในดินแดนฝรั่งเศส ต่อมาพวกกอล ซึ่งเป็นคนเผ่าเคลต์ก็เข้ามารุกราน และก็เริ่มมีอิทธิพลเหนือคนพันธุ์อื่น พวกกอลตั้งบ้านเรือนอยู่ทั่วไปในดินแดนที่ปัจจุบันเป็นประเทศฝรั่งเศส เบลเยียม เยอรมนี และอิตาลีตอนเหนือ แถว 4 ประเทศนี่ในสมัยโบราณก็จึงมีชื่อว่า “กอล” ไปด้วย


ต่อข้อถามที่ว่า คนฝรั่งเศสเริ่มนับถือศาสนากันเมื่อใดและอย่างไร? ขออนุญาตเรียนอย่างนี้ครับ เมื่อ 700 ปีก่อนที่พระเยซูคริสต์จะประสูติ มีคนกรีกเข้ามาตั้งอาณานิคมที่มัสซิเลีย (ปัจจุบันคือเมืองมาร์เซย์) 121 ปี ก่อนคริสต์ศักราช แม่ทัพโรมันที่มีนามว่า จูเลียส ซีซาร์ เข้ามายึดกอลได้เบ็ดเสร็จเด็ดขาดทั้งหมด และก็ตั้งศูนย์การบริหารไว้ที่เมืองลุกดูนัม (ปัจจุบันชื่อว่าเมืองลียง)


ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 5 อาณาจักรโรมันเสื่อม คนป่าเผ่าเยอรมันก็ตีกอล เมื่ออาณาจักรโรมันเจ๊งเมื่อ ค.ศ.476 พระเจ้าคลอวิสที่ 1 ผู้นำของแฟรงค์ (ซึ่งเป็นสาขาหนึ่งของชนเผ่าเยอรมัน) เป็นใหญ่ในกอล และแต่งงานกับเจ้าหญิงแห่งเบอร์กันดี พระองค์หันมานับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก เมื่อ ค.ศ.496 จากนั้นก็บังคับให้พวกแฟรงค์ทั้งหลายหันมานับถือศาสนาคริสต์ด้วย


พระเยซูคริสต์ประสูติแล้วถึง 496 ปี พวกแฟรงค์ก็จึงถึงหันมานับถือศาสนาคริสต์

นี่แหละครับ ประวัติศาสตร์ส่วนหนึ่งของฝรั่งเศส

ขอขอบคุณ คุณนิติภูมิ นวรัตน์

ร่วมน้อมรำลึกและไว้อาลัยสมเด็จพระพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์


พระราชประวัติสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ (ประสูติ 6
พฤษภาคม พ.ศ. 2466 ณ กรุงลอนดอน) เป็นสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอใน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอา

นันทมหิดล และ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิ

วัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เป็นพระธิดาพระองค์ใหญ่ในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดช

วิกรม พระบรมราชชนก (สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช กรมหลวงสงขลานครินทร์)

พระราชโอรสในรัชกาลที่ ๕ และสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า)และสมเด็จ

พระศรีนครินทราบรมราชชนนี (หม่อมสังวาลย์ มหิดล)พระประสูติกาลเมื่อแรกประสูติ ดำรงพระอิสริยยศเป็น

หม่อมเจ้าหญิงกัลยาณิวัฒนา มหิดล (พระนามพระราชทานพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว)

สถาปนาเป็น พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากัลยาณิวัฒนา โดยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวสถาปนา

เป็น สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา โดยคณะผู้สำเร็จราชการในพระปรมาภิไธยพระบาท

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลทรงกรมเป็น กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ โดยพระบาทสมเด็จพระ

เจ้าอยู่หัว (ทรงเป็นพระราชวงศ์ฝ่ายในที่ทรงกรมเป็นพระองค์แรกและพระองค์เดียวในรัชกาล และเป็นพระ

ราชวงศ์ทรงกรมพระองค์เดียวในปัจจุบัน)เมื่อพระชนมายุครบ ๗๒ พรรษา เสมอด้วยพระบาทสมเด็จพระ

พุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชชีวิตสมรสสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา ทรงฉายพร้อมท่าน
ผู้หญิงทัศนาวลัย ศรสงคราม พระธิดาทรงศึกษาชั้นต้นที่โรงเรียนมาแตร์เดอี จากนั้นเสด็จไปศึกษาต่อที่

อินเตอร์เนชั่นแนลสกูล กรุงเจนีวา และทรงสำเร็จปริญญาด้านเคมีจากมหาวิทยาลัยโลซาน เมืองโลซาน

ทรงลาออกจากฐานันดรศักดิ์เพื่อทรงเสกสมรสกับ พันเอกอร่าม รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์พระองค์มีมีพระธิดา

หนึ่งคนจากการเสกสมรสครั้งนั้น คือท่านผู้หญิงทัศนาวลัย ศรสงคราม (สมรสกับนายสินธู ศรสงครามมีบุตร

คือคุณจิทัศ ศรสงคราม)สถาปนากลับคืนคงพระราชศักดิ์แห่งพระราชวงศ์ทุกประการโดยพระบาทสมเด็จ

พระเจ้าอยู่หัวเมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์ทรงเสกสมรสอีกครั้งกับ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวรานนท์ธวัช (พระ

โอรสในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก กรมขุนเพ็ชรบูรณ์อินทราชัย และหม่อมแผ้ว)

สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ได้ทรงบำเพ็ญพระกรณียกิจมากมายพระราชทานความช่วยเหลือให้แก่ประเทศ

ชาติ แบ่งเบาพระราชภาระของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มี

โครงการในพระอุปถัมภ์หลายร้องโครงการ ทั้งด้านการแพทย์ ประวัติศาสตร์ ดนตรี ศิลปะ สัตว์เลี้ยง และ

ฯลฯ นอกจากนี้ยังทรงพระอัจริยภาพในด้านการประพันธ์ พระนิพนธ์ที่มีชื่อเสียงเช่น เวลาเป็นของมีค่า แม่

เล่าให้ฟัง จุฬาลงกรณ์ราชสันตติวงศ์ และ มหามงกุฎราชสันตติวงศ์แต่สิ่งที่ไม่ใคร่มีผู้ใดทราบคือ ทรงมีพระ

ปรีชาสามารถในการขับเครื่องบินปีก 2 ชั้น และทรงขับเฮลิคอปเตอร์ได้อีกด้วย ทรงโปรดสัตว์ทุกประเภท

แต่ที่มีขนาดเหมาะสมกับพระตำหนักคือสุนัข พระองค์ทรงรับคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลัยไว้ในพระอุปถัมภ์ด้วยสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ได้เสด็จทรงประพาสทั้งในและต่างประเทศ

เพื่อบำเพ็ญพระกรณียกิจ เช่นโครงการแพทย์ พอสว. (สืบสานพระราชปณิธานสมเด็จพระศรีนครินทราบรม

ราชชนนี) และเพื่อทรงส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะที่มีเจ้าฟ้าหญิงที่ทรงบำเพ็ญพระกรณีย

กิจมหาศาลอย่างไม่รู้จักทรงเหนื่อยยากเพื่อความสุขของประชาชนปัจจุบันประทับที่วังเลอดิส ถนนสุขุมวิท

ทรงดำรงพระอิสริยยศเป็น สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ มาเป็นระยะเวลานานกว่า ๗๒ ปีแล้ว
"ความเรียบง่าย" พระจริยวัตรอันงดงาม สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของพสกนิกรว่า

พระจริยวัตรและพระกรณียกิจของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราช

นครินทร์ ยังประโยชน์ให้ชาวไทยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ดังจะเห็นได้จากโครงการในพระอุปถัมภ์หลาก

หลายโครงการทั้งด้านการแพทย์ ประวัติศาสตร์ ดนตรี ศิลปะ สัตว์เลี้ยงอาทิ มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระ

ศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) แห่งประเทศไทย, มูลนิธิส่งเสริมโอลิมปิควิชาการ และพัฒนาการ

มาตรฐานวิทยาศาสตร์ศึกษา มูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทย มูลนิธิขาเทียมในพระบรมราชูปถัมภ์ มูลนิธิเด็ก

โรคหัวใจ เป็นต้นไม่เพียงแต่พระเมตตาที่เป็นที่ชื่นชมแล้ว พระจริยวัตรในการดำเนินพระองค์ด้วย "ความ

เรียบง่าย" ก็เป็นที่ประจักษ์เช่นเดียวกันนายจิทัศ ศรสงคราม บุตรชายของท่านผู้หญิงทัศนาวลัย ศรสงคราม

พระธิดาในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ซึ่งมีศักดิ์เป็น "หลาน" บอกเล่าความประทับใจต่อ "สมเด็จยาย" ว่า

แม้พระองค์จะไม่ค่อยทรงแนะนำอะไร แต่ลูกหลานจะสามารถซึมซับความงดงามในพระจริยวัตรได้จากการ

ดำเนินพระองค์ ทั้งเรื่องการเสวย ของใช้ส่วนพระองค์ ทรงกระทำทุกอย่างอย่างเรียบง่าย และสมถะ ไม่หวือ

หวาฟุ่มเฟือย สุรุ่ยสุร่าย แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ท่านทรงเน้นย้ำกับครอบครัว คือ การวางตัวให้เหมาะสมถูกกา

ละเทศะ การตรงต่อเวลาอย่าทำให้ผู้อื่นคอย และความถูกต้องตามขั้นตอนพิธีการ

อาการพระประชวร แถลงการณ์ฉบับที่ 1 และแถลงการณ์ฉบับที่ 38 แถลงการณ์สำนักพระราชวัง ฉบับที่ 1


สำนักพระราชวัง ออกแถลงการณ์เรื่อง สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาส


ราชนครินทร์ ทรงประชวร ฉบับที่ 1 ความว่าเมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 2550 สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยานิ


วัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ทรงมีพระอาการผิดปกติเกี่ยวกับพระนาภี คณะแพทย์ได้ถวายตรวจ


พระวรกายและเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ พบมะเร็ง จึงได้กราบทูลเชิญให้ประทับรักษาพระองค์ ณ โรงพยาบาล


ศิริราข โดยถวายการรักษาด้วยพระโอสถ พระอาการโดยรวมดีขึ้นบางระยะ ทรงและทรุดลงบางช่วงเวลาเช้า


วันนี้ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ มีพระวรกายด้านขวา


อ่อนแรง คณะแพทย์ได้ถวายตรวจพระสมองด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ พบว่ามีเนื้อสมองด้านซ้ายตายเป็น


วงกว้าง จากเส้นเลือดสมองอุดตัน จึงได้ถวายพระโอสถรักษา และเฝ้าติดตามพระอาการอย่างใกล้ชิดจึง


ขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกันสำนักพระราชวัง15 มิถุนายน 2550แถลงการณ์สำนักพระราชวัง ฉบับที่ 38


สำนักพระราชวัง ออกแถลงการณ์เรื่อง สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาส


ราชนครินทร์ ทรงประชวร ฉบับที่ 38 ความว่าวันนี้ (1 ม.ค.) คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษา สมเด็จพระเจ้าพี่


นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ รายงานว่า สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้า


กัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ มีพระอาการโดยรวมทรุดลง ไม่รู้สึกพระองค์ หายพระทัย


อ่อนลง พระวักกะ (ไต) ไม่ทำงาน คณะแพทย์ฯ ได้ถวายการรักษาตามพระอาการอย่างใกล้ชิดจึงขอ


ประกาศให้ทราบโดยทั่วกันสำนักพระราชวัง1 มกราคม 2551

ประกาศสำนักพระราชวัง พระพี่นางฯ สิ้นพระชนม์แล้วสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรม

หลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงสิ้นพระชนม์แล้ว เมื่อเวลา 02.54 น. ของเช้าวันพุธที่ 2 มกราคม 2551 ที่

ผ่านมา หลังทรงเข้ารับการรักษาพระอาการประชวรที่โรงพยาบาลศิริราชหลายสัปดาห์


ขอบคุณที่มาจากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี แถลงการณ์สำนักพระราชวังจาก โพสต์ทูเดย์.

วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2550

ดูงานที่ศิลปากร...นิทรรศการฝรั่งเศส

อืมมม.....สวัสดีค้าทุกคนวันนี้ไปดูงานที่ม.ศิลปากรมา555+....อยากจะบอกว่า..สุดยอดก็คือเป็นงานเกี่ยวกับ

ฝรั่งเศสนะคะ555+...แล้วเราก็ได้อยู่ฟังเขาประกวดร้องเพลง...ทุกโรงเรียนทำเต็มที่รวมทั้งโรงเรียนเราด้วย...

ก็ดีใจกับห้องเรามากๆเพราะกวางร้องเพลงเดี่ยวได้ที่หนึ่ง...(เก่งจริงๆ)หลังจากนั้นก็จะเป็นการประกวดร้อง

เพลงประสานเสียง โอ้โห้..คือไม่อยากจะบอกนะคะ..ว่ามาเพลงแรกของโรงเรียนยอแซฟอุปถัมภ์ก็สุดยอด

แล้วตอนแรกฟังเพลงก็คุ้นๆอยู่..แต่พอฟังไปเรื่อยๆอ๋อ...จำได้ล่ะ..เคยดูหนังเรื่องLes Choristes ( The

Chorus )นั่นเอง..ฟังแล้วขนลุกมากเพราะชอบหนังเรืองนี้ส่วนตัวอยู่แล้ว..ชื่อเพลงว่าCaresse Sur L'ocean

เพราะมากค่ะ...Jean Baptiste Maunier หนุ่มน้อยตัวเอกเสียงเพราะหน้าตาหล่อเหลาคนนี้เสียงสะกดคน

ฟังมากเลยเป็นเหตุผลที่เชียร์หนังเรื่องนี้อยู่ในใจ(มาเป็นเวลานานแล้ว)ลองฟังเพลงนี้และอย่าลืมไปหาดู

หนังเรื่องนี้กันนะคะให้แง่คิดและอารมณ์ที่ดูแล้วซาบซึ้งใจอย่างไม่มีวันลืมกันเลยทีเดียว...(พอกลับบ้านมา

ต้องดูซ้ำอีกรอบเลยล่ะ)



Caresse Sur L'ocean
Bruno Coulais

Caresse sur l'oceanPorte l'oiseau si leger Revenant des terres enneigees Air ephemere de

l'hiver Au loin ton echo s'eloigne Chateaux en Espagne Vire au vent tournoie deploie tes ailes

Dans l'aube grise du levant Trouve un chemin vers l'arc-en-cielSe decouvrira le printemps


Caresse sur l'ocean Pose l'oiseau si leger Sur la pierre d'une ile immergee Air ephemere de

l'hiver Enfin ton souffle s'eloigne Loin dans les montagnes Vire au vent tournoie deploie tes

ailes Dans l'aube grise du levant Trouve un chemin vers l'arc-en-cielSe decouvrira le

printemps Calme sur l'ocean.

นางนวลนกน้อย ค่อยๆบินลงมาเจ้าแตะพื้นช้าๆ ราวจุมพิตวารีบนเนินโขดหิน ถิ่นเกาะโสภีลมหนาวที่เคยมี

ฉับพลันพัดลาเคยหนาวเหลือแสน ความอุ่นแทนมาไล่หนาวหายหน้า สู่ฟ้าเบื้องบนกางปีกเตรียมบิน โผผิน

ครั้งใหม่สู่อรุณวิไล วันใหม่ที่ดีกว่าเชิดหน้าบินมุ่ง สู่รุ้งปลายฟ้าอีกไม่นานถึงครา ผันเปลี่ยนเวียนฤดูความสด

ใสค่อยเผยมา สู่มหานที

วันจันทร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2550

Poémes "Amour et Romantisme"

Aurelia Rummel

c les gestes pa les mots
tu peux me dire tes sentimemts
me les jurer ou preter serment
c'est pour la vie ou j'tattend
ca reste du vent

tu peux ecrire tous les poemes
me declarer encore que tu 'aimes
ca te suffis de temps en temps
mais moi pas vraiment

tu peux me dire toutes les raisons
faire des excuses, des comparaisons
je t' ai menti demande pardon
ca change quoi au fond

je peux meme lire dans ton regard
trouver des ruses pour encore te croire
c 'est toujours fuir les bonnes questions
et tourner en rond
c'est les gestes pas les mots

dont j 'ai besoin pour etre bien
et qui nous font defaut
c' est les gestes pas les mots
que lon fait juste comme ca pour rien
parce qu ils en disent bien plus long
qu on les retient

tu peux ;e dire tes sentiments
me les jurer ou preter serment
ca ne re;place ja;ais longtemp
sun geste qu on attend
juste un sourir une attention
meme un silence meme sans passion
il y a tant de mots qui mentent
le reste se comprend
ขอขอบคุณwww. e-stories.org

4 in The morning by Gwen Stefani

ก้อเป็นอีกเพลงของเกว็น สเตฟานี่ ที่เพราะมากๆลองฟังกันดูนะคะ ความหมายของเพลงก็ดีอีกด้วย เป็นเพลงรักที่ดีของเธออีกเพลงหนึ่งเลยทีเดียว ขอขอบคุณwww.youtube.com

Wakin up to find another day The moon got lost again last night But now the sun has finally had it's say I guess I feel alright But it hurts when I think, when I let it sink in It's all over me I know you're here, in the dark I'm watchin you sleep, it hurts a lot

[Bridge] And all I know is you've got to give me everything And nothing less cuz you know I'd give you all of me

[Chorus] I'd give you everything that I am I'm handin over everything that I've got Cause I wanna have a really true love Don't ever wanna have to go and give you up Stay up till four in the morning and the tears are pouring And I wanna make it worth the fight What have we been doing for all this time Baby if we're gonna do it come and do it right

All I wanted was to know (I'm safe) Don't wanna lose the love I found Remember when you said that you would change Don't let me down It's not fair, how you are I can't be complete, can you give me more [Bridge]

[Chorus] Oh please, you know what I need Save all your lovin for me We can't escape the love With everything that you have [Bridge] [Chorus]

วันศุกร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550

Adolescence : le plus bel âge ?


Quand le corps se met à changer, c’est, avec lui, tous les vieux repères qui disparaissent. Rude est alors la tâche des adolescents qui doivent lâcher le terrain connu de l’enfance pour aller vers du neuf dont ils tentent, parfois maladroitement, de désigner les contours. Eclairage sur les "maux" de l’adolescence partagés entre conduites à risques et souffrance psychique.


Mais quel est cet étranger ? La question qui se pose quand vient la puberté n’est pas seulement celle des parents de l’adolescent. Ce corps en pleine métamorphose, cette
personnalité changeante qui cherche ses marques interrogent le jeune tout autant que sa famille. L’interrogent mais surtout le dérangent et l’angoissent. Ce n’est pas rien, en effet, que de quitter les certitudes de l’enfance - l’adolescent sort d’une période de latence qui va de six à douze ans, où il a "déposé" toutes ses inquiétudes -, un corps familier et la confiance quasi aveugle en ses parents et les valeurs qu’ils lui ont transmises !

© Vincent/REA

Vers l’âge de onze ou douze ans, en même temps que se réveille l’hypothalamus, libérant la sécrétion d’hormones sexuelles, l’adolescent doit interrompre la perfusion affective qui l’alimentait. Pour grandir - adolescence vient du latin adolescere, croître -, il doit lâcher le trop connu pour l’inconnu, qu’il va tenter, avec les moyens du bord, de s’approprier.

"La perte et la séparation sont les deux caractéristiques majeures de l’adolescence et de la dépression, résume le psychiatre Stéphane Clergé [1]. C’est pour cela que je dis que la dépression est un passage obligé de l’adolescence." Attention, bien sûr, à ne pas voir en tout jeune une personne malade qui nécessiterait des soins psychiatriques. "Par nature, l’adolescent doit traverser la perte, mais si les fondements affectifs sur lesquels il s’est construit dans son enfance sont solides, il doit pouvoir vivre sans drames cette reconfiguration à la fois psychique, sociologique et physique."

Ce qui n’est pas donné à tout le monde, puisque, comme le montrent les dernières études menées en France [2], 15 % des jeunes Français présentent aujourd’hui des signes tangibles de souffrance psychique. Du repli sur soi à l’adoption de conduites à risques (voir encadré), en passant par le désintérêt pour l’environnement familial, scolaire ou amical, les tentatives de suicide, la consommation d’alcool, l’anorexie ou la boulimie [3], la palette à laquelle recourent les ados pour exprimer leur mal-être est terriblement dangereuse.

Ainsi, 1 000 adolescents se suicident chaque année en France, 7 % font une tentative de suicide [4] et 40 % des décès des jeunes de quinze à dix-neuf ans sont dus à des accidents de la route. Quant à la consommation de produits dangereux qui favorisent l’addiction, elle atteint des taux tout à fait alarmants : les trois quarts des adolescents sont fumeurs, 30 % des filles (11 % pour les garçons) ont eu recours à des psychotropes à l’âge de dix-sept ans et 12,5 % des onze-dix-neuf ans absorbent au moins deux fois par semaine des boissons alcoolisées.

Souffrance psychique : signe des temps ou étape incontournable ?
Que l’adolescence ne soit pas nécessairement le plus bel âge ne fait donc pas de doute. Il reste à savoir si la pénibilité de cette période de la vie est due à sa nature même ou à l’époque dans laquelle nous vivons.

"L’adolescent, par nature, cherche à définir ses propres limites à travers une expérience faite d’essais et d’erreurs, explique Xavier Pommereau, auteur du Rapport sur la santé des jeunes [5]]. Pour se déterminer par rapport aux repères temporels, spatiaux et éthiques fixés par les adultes, il est amené à prendre des risques. Mais toute la difficulté aujourd’hui - et c’est aussi la chance de notre époque - vient de ce que la société s’est affranchie d’un déterminisme qui ne laissait que bien peu de marge aux générations précédentes. Le choix du métier, des valeurs, des inclinations sexuelles, des lieux de résidence ouvre au jeune un champ infini qui peut lui donner le vertige." Le rôle de l’adulte est alors de cadrer cette liberté sans être coercitif et de favoriser l’autonomie sans pour autant sous-estimer les appels à l’aide.


Par Laurence Bernabeu, journaliste

วันพุธที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2550

Hilary Ann Duff
















Activités Professionnelle

Les débuts

Hilary Ann Lisa Duff commence à tourner dans des spots publicitaires dès l'âge de 6 ans,



influencée par sa sœur qu'elle considère, dit-elle, comme modèle. À l'âge de 10 ans, elle obtient


son premier grand rôle en jouant la sorcière Wendy dans Casper et Wendy, suite du long-

métrage Casper avec Christina Ricci directement sortie en vidéo. Il lui faut cependant attendre



2001 pour se faire remarquer dans une audition et décrocher le rôle principal de la série


télévisée Lizzie McGuire, produite par Disney. La série de Disney Channel est un véritable


succès international, et lui apporte une vraie reconnaissance. Parallèlement au tournage des


trois saisons (soit 65 épisodes), puis du film concluant la série, Hilary Duff entame une carrière


musicale et cinématographique.












Carrière musicale


En tant que vedette de Disney Channel, Hilary Duff tourne également dans le téléfilm Cadet


Kelly, de la collection Disney Channel Original Movie, aux côtés de Christy Carlson Romano, en


2002. L'année suivante, elle obtient son premier grand rôle au cinéma dans Cody Banks : agent


secret (avec Frankie Muniz, héros de Malcolm) puis dans Treize à la douzaine. Comme


Cendrillon, où elle côtoie Chad Michael Murray rencontre également un beau succès aux États-

Unis (66 millions de dollars de recettes internationales).

Après une apparition dans la série Le Monde de Joan (dans laquelle sa sœur Haylie apparaît


également), et un premier rôle dramatique dans le film Trouve ta voix (Raise your voice) , elle


retrouve en 2005 toute l'équipe de Treize à la douzaine. Cependant, Treize à la douzaine 2 ne


connaît pas le succès de son prédécesseur. Pour ces deux films, ainsi pour The Perfect Man,


Hilary Duff se voit nommée aux Razzie Awards. Il en est de même après sa performance dans


Material girls, où elle joue avec sa sœur Haylie Duff, qui n'engrange par ailleurs que 15 millions



de dollars de recettes internationales. L'enregistrement de son album Dignity l'éloigne par la


suite des plateaux de tournage.




วันเสาร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2550

วันพฤหัสบดีที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2550

คำศัพท์และการสับ(ไพ่)แบบฝรั่งเศส


คำศัพท์และการสับ(ไพ่)แบบฝรั่งเศส

การสับไพ่แบบฝรั่งเศส

1. ก่อนอื่นต้องให้สันไพ่ด้านยาวทำมุมตั้งฉากกับฝ่ามือซ้าย นิ้วชี้ กลาง นาง ก้อย จับด้านหลังไพ่ ส่วนหน้า ไพ่หันเข้าหานิ้วโป้งพร้อมทั้งกดด้านบน


2. ส่วนมือขวาจับไพ่บางส่วนด้านขวามือสุด แล้วยกขึ้น เพื่อจะทำการสลับไพ่


3. ย้ายมือขวาที่ถือไพ่ในข้อ 2 มาด้านซ้ายสุด แล้วแยกนิ้วขวาที่ประคองไพ่ออก เพื่อจะได้ปล่อยไพ่จากมือลงมาให้ไพ่ไปซ้อนด้านหน้า (ใกล้หัวแม่มือซ้าย) จากขั้นนี้เราสามารถจะหยิบไพ่จากหน้าหรือหลังก็ได้ตามแต่ถนัด แล้วขยับมือขวาและปล่อยไพ่ไปหน้า-หลัง ทำซ้ำเรื่อยๆ 2 และ 3 (สังเกตว่า วิธีแบบไทยจะสับไพ่ขึ้นลง ขึ้นลง แต่วิธีฝรั่งเศสไปหน้า-หลัง และวางไพ่ตามแนวยาวตั้งฉาก) อธิบายยากจังแฮะ

ดูรูปไปพลางนะครับ วาดอาจจะไม่สมจริงนักแต่คงพอช่วยได้ ตั้งไพ่ให้ตั้งฉากก่อนนะ ตำแหน่งลูกศร คือ ทิศทางที่มือขวาขยับไพ่ครับ และ้เส้นสีดำ คือ ทิศทางมือขวาที่จับไพ่ ส่วนเส้นสีน้ำตาล แทนการจับด้วยมืิอซ้าย
ผมคิดเอาเองว่า การสับแบบไทยก็เพื่อป้องกันไม่ให้ใครเห็นหน้าไพ่ และ้ง่ายในการสับไพ่จำนวนน้อยๆ เช่น มาตรฐาน 52 ใบ ส่วนแบบฝรั่งเศส ง่ายในการสับไพ่จำนวนเยอะๆ ส่วนอื่นๆถ้าใครคิดออก ช่วยวานบอกกระผมหน่อยนะครับเฮ้อ! อธิบายการจับไพ่ไปและวาดรูปไปตะกี้ก็็หัวเราะตัวเอง กระผมไปหยิบสำรับไพ่มาทดลองกันเลย แล้วการวาด ก็วาดยากจริงๆ ชักมึน! อยากจะพยายามให้ผู้อ่านเห็นภาพ -_-" แต่ทำได้แค่นี้ ฮ่าๆ ท่านผู้อ่านจะจินตนาการ ออกมั๊ยน๊อ คนที่เคยเห็นของจริงก็คงหมดปัญหา ส่วนคนที่ยังไม่เคยเห็นวิธีการจริงๆ ลองหยิบสำรับมาลองเล่นดู นะครับ ฮี่ๆ แล้วลองดูว่าแบบไหนจับถนัดกว่ากัน

การสับไพ่ก็เล่าไปแล้ว แล้วคำที่ใช้เรียกดอกไพ่และสัญลักษณ์ต่างๆล่ะ เรียกว่าอะไรกันมั่ง

ขอเกริ่นคร่าวๆของ ไพ่มาตรฐาน ก็ที่เราๆท่านๆ รู้จักกันดีครับ 52 ใบ ประกอบด้วย 1-10 J Q K อย่างละ 4 ใบ สำหรับ ดอกจิก, หลามตัด, โพธิ์แดง, โพธิ์ดำคราวก่อนไปสังสรรค์กับเพื่อนๆ เกมไพ่ที่ผมแนะนำใ้ห้เพื่อนๆฝรั่งเศสเล่น คือ เกมเบสิคของคนไทย เกมจับหมู เกมสลาฟ (หรือเกมเอสคลาฟในภาษาฝรั่ั่งเศส) เกมป๊อกเด้ง แล้วกระผมก็ต้องอธิบายกติกาการเล่นใ้ห้เพื่อนๆผม ชี้มั่ง หยิบไพ่มาเป็นตัวอย่างมั่ง มั่วไปมั่วมา พอจะนึกอธิบายไพ่ตัวสำคัญๆ ของเกมจับหมู ก็นึกไม่ค่อยจะออกครับ หลังจากวันนั้นแหละ ผมเลยได้คำศัพท์ใหม่ๆ มาเลยล่ะ ผิดเป็นครู :)


"ดามเดอปิ๊ก" (Dame de pique = Q โพธิ์ดำ) ใบโชคร้าย มีค่า -100 คนชอบเล่นเกมจับหมู แต่ไม่อยากเป็นหมู ต่างผวาไม่อยากได้"ดิซเดอแทรฟ" (Dix de Trèfle = 10 ดอกจิก) มีค่า x2 ถ้าบวกในมือ ก็ดีไป แต่ถ้าตัวเรามีลบอยู่แล้ว ยิ่งแย่ใหญ่ครับ"วาลเล่ท์เดอการ์โคร" (Valet de carreau = J หลามตัด) มีค่า +100 นี่ล่ะ โชคช่วย เปลี่ยนจากร้ายกลายเป็นดี

คราวนี้มาเจอกันอีกครั้ง กับหัวข้อ "ไพ่หลายสำรับ คำศัพท์และการสับ(ไพ่)แบบฝรั่งเศส" ซึ่งกระผมจะแบ่ง


เป็น 2 ภาค คือ 1) คำศัพท์และการสับไพ่แบบฝรั่งเศส และ 2) ไพ่หลายสำรับ (ซึ่งเรื่องจะตามมาติดๆในไม่


ช้า) เพราะว่าเขียนไป เขียนมาชักจะยาว เป็นหางว่าวครับ ฮ่าๆ ไม่ชักช้านะ ขอเล่าภาคแรกก่อนเลย ภาค



แรก :- คำศัพท์และการสับไพ่แบบฝรั่งเศส แทรฟ การ์โคร่ เกอ ปิ๊ก เอ๊ะ! ไม่รู้จัก คำอะไร อ่านแล้วงงๆ .....


เป็นเรื่องปกติเนอะ วาลเล่ท์ พิโอ้ช ฮื้ม! วัลลี พินอคคีโอ มาเกี่ยวข้องอะไรกับหัวข้อนี้ด้วยเนาะ ไม่รู้จักอีก


แล้ว งงจริงๆ .....ก็เป็นเรื่องปกติเนอะ สับไพ่ : คนไทยสับไพ่หน้าคว่ำ คนฝรั่ง(เศส)สับไพ่ตั้งฉาก.....เอ๊ะ เป็น


เรื่องปกติหรือเปล่าหนอ สำหรับเพื่อนๆที่เมืองไทยอาจจะไม่คุ้นตา แต่สำหรับเพื่อนๆที่อยู่ฝรั่งเศส คงมีบาง


ส่วนบอกว่า ฉันเห็นๆ ยกมือๆ ข้อนี้รู้ๆ เย่! แต่พวกเราคนไทยไม่ว่าจะอยู่เมืองไทยหรือฝรั่งเศส ต่างต้องมี ข้อ


สงสัยกันแน่เชียวว่า ทำไมต้องสับด้วยท่าทางแปลกๆแบบนั้นเนอะ ไม่เหมือนเรา แล้วจะจับถนัด หรือเปล่านี่


เพื่อนๆเคยมั๊ย...ที่ไ่ปตัดผมมาใหม่ๆ แล้ว...เด๋อ บั่นทอนความมั่นใจแทบไม่เหลือ ใครเห็น ใครก็ล้อ เมื่อเป็น


เรื่อง ปกติฉันใด เรื่องคนไทยสับไพ่หน้าคว่ำ คนฝรั่ง(เศส)สับไพ่ตั้งฉาก ก็เป็นจริงฉันนั้น มาลองดูท่าจับและ


ท่าสับกันดีกว่า :D ว่าจับแบบไหน น่าสนใจกว่ากัน ฮิๆ


ขอขอบคุณ นาย Baquett และ http://www.storiesfromfranc.com/ เป็นอย่างสูง

Tarte à l'oignon


ช่วงปิดเทอมวันคริสต์มาสต์และปีใหม่ประมาณสองสัปดาห์นี้ ถ้าใครไม่ได้มีโปรแกรมอะไร จะทราบดีว่า



วันนี้จะมาบอกวิธีทำ tarte à l’oignonเริ่มที่ส่วนผสมของแป้ง (ทำแป้งเอง ถ้าใครไม่อยากทำก็ซื้อแป้งสำเร็จ


ได้แต่ทำเองก็ง่ายนะครับ)ส่วนผสมแป้งก็มี 200 g de farine de blé100 g de beurreเกลือครึ่งช้อนกาแฟ


น้ำต้มสุกครึ่งถ้วยส่วนผสมที่ทำหน้าหอมหัวใหญ่ขนาดหัวใหญ่ๆหน่อย 1 หัวหมูบด หรือ lardon หรือ


jambon ก็ได้แล้วแต่ชอบ (ถ้าใช้ lardon คงต้องล้างน้ำหน่อยนะครับ เพราะไม่งั้นมันจะเค็มสักร้อยกรัมหรือ


มากน้อยแล้วแต่ชอบ หรือไม่ใส่ก็ได้นะครับ)ใข่ไก่ 3 ฟองCrème fraîche liquide หนึ่งกระป๋องเล็กน้ำมัน


มะกอก เกลือนิดหน่อยวิธีผสมแป้งเทแป้งใส่ถ้วยขนาดใหญ่ๆแล้วนำเนยแข็งใส่ลงไปคลุกให้เข้ากันผสมน้ำ


ต้มสุกและเกลือลงไปนวดแป้งให้เข้ากันจนเป็นเนื้อเดี๋ยวกันแล้วนำไปแผ่ใส่ถาดอบขนมเค้กโดยทาเนยที่ก้น


ถาดเพื่อไม่ให้ติดก้นถาดตอนไปส่วนผสมของหน้า เอาน้ำมันมะกอกเทใส่กระทะแล้วหั่นหอมหัวใหญ่ไส่ลง


ไป พร้อมหมูบดหรือ lardon หรือ jambon ที่เตรียมไว้ทิ้งไว้บนเตาร้อนๆสักสิบนาที ค่อยคนอย่าให้ไหม้นะ


ครับตีใข่ใส่ชามพร้อมกับใส่ Crème fraîche liquide ลงไปตีให้เข้ากันจากนั้นใส่หอมหัวใหญ่ที่ผัดไว้ลงไปตี


ต่อให้เข้ากันใส่เกลือนิดหน่อยเมื่อได้หน้าแล้วเอามาเทใส่ถาดที่เตรียมแป้งไว้เอาเข้าเตาอบใช้ไฟ 180


องศา อบประมาณยี่สิบนาทีพอใกล้จะสุกเอาออกมา โรยหน้าด้วย fromage rapéเอาเข้าไปอบต่อ คอย


สังเกตดูอย่าให้ไหม้ ใช้เวลาประมาณสิบห้านาทีหน้าตาที่ได้ก็จะประมาณในรูปข้างล่างส่วนรสชาติใครอยาก


รู้เชิญมาชิมได้ด้วยตัวเอง หรือจะลองทำทานกันเองยามเหงา ก็ได้นะครับขอให้อร่อยนะคร๊าบ


โดย คุณขุนโมก ขอขอบคุณเป็นอย่างสูง

Expression idiomatique:: J'en ai rien a` cirer

พักนี้ดูหนัง hollywood บ่อย แล้วได้ยินสำนวนนี้บ่อยมาก เลยเอามาฝากกัน
J'en ai rien a` cirer แปลประมาณว่า ฉันไม่สนใจ พอดีพยายามจะหาอะไร ที่มันดูมีหลักมีการมาเสริมสักหน่อยน่ะค่ะ555+

ขอขอบคุณ http://nathalieetstephane.free.fr/culturefr/expressions.php และ www.thaigenoble.com เป็นอย่างสูงค่ะ

เรื่องน่ารู้ในฝรั่งเศส จากนาย Baguette


" เธอชอบกิน Fromage มั๊ย ? " เสียงหนึ่งดังขึ้นข้างๆหู ขณะกำลังนั่งจิบกาแฟตอนพักกลางวันหลังจากอิ่ม
กับมื้อเที่ยงแล้ว" ชอบสิ แต่กลิ่นต้องไม่แรงมากนะ แบบแค่เปิดห่อแล้วโชยไปสามบ้านแปดบ้าน หรือแบบรา
เขียวๆแบบนั้น ฉันไม่ชอบเลยล่ะ " โอ้..ลา..ล่า! ผมเผลอตอบออกมา ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเสียงถามนั้นมาจาก
ไหน พระเจ้าช่วยกล้วยทอด!! " ดั๊กกอ! D'accord ฉันมีเมนูใหม่มาเสนอเธอล่ะ ชื่อว่า Raclette " มีเสียง
ตอบกลับระคนดีใจ เขาไม่ใช่ใครที่ไหน ก็เพื่อนชาวฝรั่งเศสใจดีคนเดิมของผมแหละครับ หลังจากผมตก
ปากรับคำแล้ว เขาก็ชวนผมไปที่บ้าน วันนี้จะทำ Raclette กินกันครับ บอกว่าอากาศหนาวๆแบบนี้ เมนูนี้
รับรองกินแล้วจะอุ๊นอุ่น แถมชีสชนิดนี้ไม่เี่ลี่ยน รับรองว่ากินได้แน่นอน งานนี้ผมก็ี้ไม่ปฏิเสธอยู่แล้ว
Raclette (คาแคล็ท) เป็นอาหารประจำฤดูหนาวของแคว้น Savoie แถบเทือกเขาแอลป์ ในฝรั่งเศส และสวิส
ทำจากชีสพิเศษคาแคล็ทละลายนุ่มๆ แล้วเอามา "racler" (ตามศัพท์ภาษาฝรั่งเศสที่ตรงกับ to scrape ใน
ภาษาอังกฤษ แปลว่าขูด) รับประทานกับมันฝรั่งต้ม เนื้อแห้ง ประเภทแฮมดิบ, เบคอน, Chorizo อิตาีลี,
pavé, coppa และมีเครื่องเคียง คือ แตงดอง หอมใหญ่และสลัด (*Raclette (คาแคล็ท) เขียนคำอ่านให้
ตรงกับที่ออกเสียงจริงๆยากนิดหน่อย เอาเป็นว่าอ่่านประมาณนี้แล้วกันนะครับ)
ขอขอบคุณ www.thaigrenoble.com มากค่ะสำหรับบทความที่ให้สาระและความรู้